ดนตรีพังค์ Punk

ดนตรีพังค์ Punk
เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกสิ่งของหรือบุคคลที่ไร้สาระหรือโจรกระจอก ซึ่งมีที่มาจากความหมายที่แท้จริงคือ สารจุดไฟหรือไม้แห้งที่ใช้จุดไฟ แต่มีสิ่งหนึ่งที่นำคำนี้ไปใช้เรียกคือ “ Punk Music “ และดนตรีพังก์นี่เองที่ทำให้คำนี้ไม่มีวันหายไปเฉกเช่นดนตรีร็อค
ในขณะที่ดนตรีป๊อปของวงเดอะบีทเทิ่ลส์ ( The Beatles ) กำลังครองความนิยมทั่วโลกในช่วงปลายยุค ‘60s เรื่อยมาจนข้ามเข้าสู่ยุค ‘70s แม้ทางฝั่งอเมริกาช่วงนั้นเริ่มมีแวดวงอันเดอร์กราวนด์มิวสิค โดยมีวงอย่าง The Fugs ที่ทำดนตรีแปลกแยกจากวงอื่นๆ และนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสังคมแล้วก็ตาม แต่คำว่า ‘ Punk Music ‘ ก็ยังไม่ถูกนำมาใช้

จนกระทั่งวงอาร์ต-ร็อคอย่าง The Velvet Underground ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1966 ได้ส่งผลให้เกิดการแตกหน่อทางดนตรีให้กับศิลปินหน้าใหม่มากมายให้กล้าสร้างผลงานดนตรีใหม่ๆ ออกมา ที่โด่งดังที่สุดคือ Iggy Pop & The Stoogers

แนวดนตรี Punk ได้ก่อกำเหนิดขึ้นที่ New York สหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางทศวรรษที่ 60 ซึ่งวงดนตรีวงแรก ๆ ที่เล่นเพลงแนว Punk เช่นThe Stooges, MC5, The Sonics ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 70 Punkได้เข้าไปแพร่ขยายในกลุ่มวัยรุ่นชาวอังกฤษ โดยเฉพาะในกรุงลอนดอน จนอาจเรียกได้ว่า London เป็นเมืองหลวงของ Punk ในทวีปยุโรป ก็ว่าได้ ซึ่งวงดนตรีที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้นได้แก่Agnostic Front, Dead Kennedys, Minor Threat, Blink182, Busted, Simple Plan และ Sex Pistols โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Sex Pistols เป็นวง Punk ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคนั้น หลังจากนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆ ของวงการPunk ก็มักจะเกิดขึ้นที่ London โดยเฉพาะในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ที่ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ได้รับการตอบรับมากที่สุด ของวง Punk

ดนตรี Punk จะไม่มีการแสดงความสามารถของนักดนตรีคนใดคนนึงโดยเฉพาะเนื่องจาก Punk มีแนวคิดแบบ Anti-Heroes หรือการต่อต้านเอกวีรบุรุษนั่นเองอย่างวง Rock จะมีการโชว์เทคนิคการ Solo ของมือกีต้าร์ ดังนั้นดนตรี Punk จะเป็นดนตรีที่มีโครงสร้างง่ายๆ แต่เน้นความเป็นตัวของตัวเองของนักดนตรี
สิ่งที่มาพร้อมกับดนตรี Punk คือแนวคิดแบบ Punk ซึ่งแนวคิดแบบ Punk นั้นจะแตกต่างกันในแต่ละยุคสมัย ในยุคเริ่มแรกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ Punk ที่เข้าไปมีบทบาทต่อวัยรุ่นในกรุงลอนดอน แนวคิด Punk จะเป็นแนวคิดแบบต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นต่อต้านระบบโรงเรียน ต่อต้านเศรษฐกิจ ต่อต้ารอุตสาหกรรม ต่อต้านรัฐ ดังนั้นการแสดงออกของเหล่า Punk ทั้งหลายจะออกมาในลักษณะประชดประชัน และมีความรุนแรงแฝงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ที่สวนกระแสของคนในสังคม การเสพยา และแอลกอฮอลในปริมาณมาก เพื่อประชดประชัน การแสดงออกที่รุนแรงในเวลาที่มีการแสดงคอนเสิร์ต และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ Punk ไม่เป็นที่ชื่นชอบนักของคนในสังคม ทั้งนี้ผู้ที่นิยมชมชอบในแนวดนตรีแบบ Punk กลับมาจากคนหลายระดับในสังคม ส่วนมากจะเป็นคนชั้นกลางและคนที่มีสถานะในสังคมที่ไม่ดีนัก แต่ก็มีนักศึกษาเรียนดีจำนวนหนึ่งในสมัยนั้นที่นิยมชมชอบในความเป็น Punk

ในยุคต่อมาคือทศวรรษที่ 80 ความรุนแรงของเหล่า Punk ได้อ่อนตัวลงไปอย่างสูง แต่แนวคิดต่อต้านของ Punk ก็ยังคงตัวอยู่ แต่ไม่ได้เน้นหนักไปทางต่อต้านสังคมโดยใช้ความรุนแรง และการประชดประชัดดังเช่นยุคแรก แต่เป็นการต่อการวงการดนตรีในสมัยนั้นโดยผ่านเสียงดนตรีของตนเอง เนื่องเพราะวงการดนตรีในยุคนั้นเป็นยุคแห่งการลวงโลก มีการปั้นแต่งนักร้องหน้าตาดีจำนวนมากเข้าสู่ตลาดเพื่อหวังผลกำไร ทำให้หลาย ๆ คนเบื่อหน่ายกับวงการดนตรีในสมัยนั้น แล้วหันมาสนใจดนตรี Punk ทำให้เกิด Fashion-Punk หรือคนที่ไม่ได้ชอบหรือเป็น Punk แต่พยายามทำตัวให้ดูเหมือน Punk เพื่อความโก้เก๋ขึ้นเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นไม่นานในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 Punk ก็ได้รับความสนใจน้อยลงเรื่อยๆ ถึงขนาดที่หลาย ๆ คนมองว่า Punk เป็นแนวดนตรีที่ตายไปแล้ว

ในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 วงการเพลง Rock มาถึงจุดอิ่มตัว วง Rock ต่าง ๆ ได้สร้างภาพสร้างความอลังการมากจนเกินความจำเป็น คนฟังเพลงจำนวนมากเริ่มเบื่อวง Rock ผมยาวใส่เสื้อหนัง และฉายแสงไฟกำลังสูงไปที่นักดนตรี จนคนดูแสบตา เพื่อให้การแสดงดนตรีดูหรูหราอลังการ ตัวอย่างของวง Rock เหล่านี้ได้แก่ Scorpions, Guns ‘n Roses, Bon Jovi, Europe และอื่นๆอีกมากมาย
และในช่วงนี้นี่เองที่ Punk เข้ามาพลิกวงการดนตรีทั่วโลกอย่างที่ไม่มีใครคาดเดาได้
Nirvana วงดนตรีจาก Seattle สหรัฐอเมริกา ผู้ที่นำกลิ่นอายของดนตรี Punk ผสมเข้าในดนตรีของตนเอง กับแนวคิดแบบ Anti-Heroes เป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงวงการดนตรีทั่วโลก โดย Nirvana ได้ใช้ดนตรีเป็นสื่อในการเรียกให้บรรดาวัยรุ่นออกมาแสดงความเป็นตัวของตัวเอง Smells Like Teen Spirit จากอัลบั้ม Nevermind เป็นเพลงที่ทำให้ Nirvana มีชื่อเสียงไปทั่วโลก แซงหน้าอัลบั้ม Dangerous ของ Michael Jackson และสามารถลบภาพวง Rock ผมยาวได้อย่างหมดจด เป็นการเปิดมิติใหม่ของวงการเพลงทั่วโลก และสร้างแรงบรรดาลใจให้นักดนตรีอิสระ (Indies) ออกมาแสดงความสามารถ และความเป็นตัวของตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นของ Modern Rock และ Alternative

ผู้ที่มีบทบาทต่อวง Nirvana มากที่สุดคือ Kurt Cobain นักร้องนำ มือกีตาร์ และคนแต่งเพลงให้กับวง Kurt Cobain เป็นคนที่ไม่ต้องการมีชื่อเสียง ต่อต้านการเหยียดสีผิว และ ยืนข้างเหล่ารักร่วมเพศ (แต่ ตัวเขาเองไม่ได้เป็นรักร่วมเพศ) ในการแสดงหลาย ๆ ครั้ง เขาและสมาชิกในวงได้แสดงออกในสิ่งเหล่านี้ เช่น แต่งชุดผู้หญิงขึ้นแสดงบนเวที เพื่อสื่อให้คนดูเห็นว่าตนเห็นด้วยกับพวกรักร่วมเพศ การแสดงที่ต่างจากที่ตกลงไว้กับเหล่าโปรดิวเซอร์ แกล้งเล่นผิดจนน่าเกลียดในกรณีที่ไม่พอใจผู้จัดการแสดง การทำลายเครื่องดนตรีและด่าทอเพื่อยั่วโทสะคนดู และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ Nirvana เป็นวงดนตรีที่มีการแสดงสดไม่เหมือนใคร และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ทั้งที่สิ่งที่ เขาต้องการคือไม่อยากให้ตนเองมีชื่อเสียง
ความมีชื่อเสียงทำให้เกิดความขัดแย้งในตนเองขึ้นในตัว Curt Cobain ทำให้เขาเกลียดตนเอง และคิดฆ่าตัวตายในหลาย ๆ ครั้ง ในช่วงที่ Curt Cobain มีชื่อเสียงถึงขีดสุด Nirvana ได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตในประเทศต่าง ๆ ทั่วทวีปยุโรป ทำให้โรคกระเพาะของเขา กำเริบ บวกกับปัญหายาเสพติด และปัญหาครอบครัว ทำให้ชีวิตของ Curt Cobain ตกต่ำลงเรื่อย ๆ และได้เสียชีวิตโดยการฆ่าตัวตายในวันที่ 5 เมษายน 1994

เหล่านักดนตรี Punk มักบอกกับคนอื่น ๆ ว่า หากคุณดีดคอร์ดกีตาร์ได้สามคอร์ด คุณก็เล่นดนตรี Punk ได้แล้ว แต่ด้วยความง่ายของดนตรี Punk นี่เอง ที่ทำให้ดนตรี Punk เดินทางมาถึงทางตันอย่างรวดเร็ว จนกระทั่ง Green Day ได้ปลุกปลุกกระแสความเป็น Neopunk ไปยังกลุ่มวัยรุ่น ทำให้ Punk ได้หวนกลับสู่สังเวียนวงการเพลงอีกครั้งอย่างสง่างาม
Green Day นำโดย Billie Joe Armstrong มือกีตาร์และนักร้องนำ ได้สร้างชื่อเสียงด้วยอัลบั้ม Kerplunk และประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยอัลบั้ม Dookies ทั้งสองอัลบั้มได้ทำให้ Green Day กลายเป็นวง Punk ที่ดีที่สุดวงหนึ่งของโลก แต่ในอัลบั้มต่อมาคือ Insomniac ความนิยมในวง Green Day กลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด Green Day ถูกวิพากวิจารณ์อย่างหนักในสองอัลบั้มต่อมา คือ Nimrod และ Warning เนื่องเพราะทั้งสองอัลบั้มมีความเป็น Ballad Rock มากเกินกว่าที่จะเป็น Punk หลังจากนั้น Green Day ก็ได้ยุบวง

ในปี 2004 สมาชิกของวง Green Day กลับมารวมตัวกันอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้ม American Idiot ซึ่งเป็นการกลับมาอันยิ่งใหญ่ของวง Punk ระดับโลกวงนี้ แฟนเพลงต่างตอบรับการกลับมาอย่างล้นหลาม สาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจาก Green Day กลับมาเป็น Neopunk เต็มตัวอีกครั้ง ในเนื้อหาของเพลงมีการพูดถึงการเมืองอย่างโจ่งแจ้ง พร้อม ๆ กับที่มีการสนับสนุนให้เหล่าวัยรุ่นกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง